ภาพรวมธุรกิจ

การรวมธุรกิจและปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นเมื่อเดือนกันยายน 2557 และการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท บุญรอดบริวเวอรื่ จำกัด นำมาสู่นโยบายในการขยายธุรกิจและแผนธุรกิจฉบับใหม่ โดยบริษัทฯ ได้ปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า อาทิ อาคารสำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีก และ ธุรกิจโรงแรม

การลงทุนและขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องผ่านการซื้อที่ดินในทำเลที่มีศักยภาพและพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพภายใต้แนวคิด “Best in Class” ควบคู่ไปกับการลงทุนโดยการร่วมลงทุน (Joint Investment) และการเข้าซื้อกิจการหรือสินทรัพย์ (Acquisition) ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ที่จะเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้า ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์โครงการเปี่ยมคุณภาพด้วยความประณีต เพื่อสร้างไลฟ์สไตล์ใหม่ที่ครบถ้วนทั้งการพักอาศัย พักผ่อน ทำงาน และช้อปปิ้ง ส่งผลให้ ณ ปัจจุบัน บริษัทฯ มีสินทรัพย์ภายใต้การดำเนินงานของบริษัทฯ บริษัทย่อย และบริษัทร่วมทุนทั้งในและต่างประเทศใน 3 ธุรกิจหลักดังกล่าวข้างต้น ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย

บริษัทฯ มีนโยบายในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่พักอาศัยทั้งแนวสูงและแนวราบหลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วย บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ และคอนโดมิเนียม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าระดับกลางถึงระดับบน ภายใต้แบรนด์ที่ต่างกัน ซึ่งบริษัทฯ ดำเนินงานทั้งด้านการพัฒนาและการบริหารงานขายผ่านบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 99.99 และบริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด บริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 51

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า

อสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าซึ่งหมายรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ประเภทศูนย์การค้าและอาคารสำนักงานให้เช่าเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงและให้ผลตอบแทนต่อการลงทุนอยู่ในเกณฑ์ดี จึงเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลักของบริษัทฯ และถูกบรรจุอยู่ในแผนธุรกิจระยะ 5 ปี บริษัทฯ มีนโยบายในการขยายธุรกิจประเภทนี้ผ่านการพัฒนาและการลงทุน โดยรายได้หลักจากธุรกิจดังกล่าวนี้ ประกอบด้วย รายได้ค่าเช่าพื้นที่ รายได้จากการให้บริการระบบสาธารณูปโภคและระบบรักษาความปลอดภัย และรายได้จากการให้บริการอื่น

ธุรกิจโรงแรม

ธุรกิจโรงแรมและให้บริการบริหารโรงแรมเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลักและมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดภายหลังการปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจ โดยบริษัทฯ มีนโยบายในการขยายธุรกิจประเภทนี้ผ่านช่องทางการร่วมทุน (Joint Investment) และการเข้าซื้อกิจการ (Acquisition) โดยการเข้าลงทุนจะพิจารณาจากองค์ประกอบที่สำคัญ ประกอบด้วย ทำเลที่ตั้ง อุปสงค์และอุปทาน คุณภาพของสินทรัพย์ ทีมผู้บริหาร ผลตอบแทนจากการลงทุน รวมถึงศักยภาพในการเติบโต ทั้งในแง่ของการเพิ่มจำนวนห้องพัก อัตราการเข้าพัก และอัตราค่าห้องพัก
บริษัทฯ มีโรงแรมภายใต้การดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยรวม 2 แห่ง และมีโรงแรมภายใต้แบรนด์ “Mercure” ในสหราชอาณาจักรรวม 26 แห่ง ซึ่งอยู่ภายใต้การดำเนินงานและบริหารงานของบริษัทร่วมทุน Jupiter Hotels Holdings Limited ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นทางอ้อมร้อยละ 50

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ( “S” )

ติดตามเรา